วันจันทร์ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2557

พิธีลอยอังคาร

พิธีลอยอังคาร

พิธีลอยอังคาร...ส่งดวงวิญญาณสู่ความสงบสุขร่มเย็น
ความเชื่อเรื่องการลอยอังคาร
คำว่า "อังคาร" ในที่นี้ หมายถึง เถ้าถ่านของศพที่เผาแล้ว พิธีลอยอังคาร จึงหมายถึง การนำเถ้าถ่านที่เหลือจากการเผาศพไปลอยในแม่น้ำ ด้วยความเชื่อและคตินิยมของคนไทยที่มีมาช้านานว่า การลอยยอังคาร จะช่วยส่งดวงวิญญาณของผู้ล่วงลับไปสู่ภพภูมิที่ดี ที่ที่มีแต่ความร่มเย็นเป็นสุข เหมือนดั่งสายน้ำที่มีความชุ่มเย็นอยู่เป็นนิจ นอกจากนี้ ในสมัยก่อนที่ยังไม่มีการสร้างเมรุหรือตะกอนเผาศพ เถ้าถ่านและกระดูกที่เหลือจากการเผาศพนั้น หากปล่อยทิ้งไว้ก็จะขาวโพลนอยู่กลางลานวัดหรือป่าช้า ถูกผู้คนเหยียบย่ำและถูกสัตว์คุ้ยเขี่ยเป็นที่อุจาดตา จึงต้องเก็บให้เรียบร้อยแล้วนำไป ลอยในแม่น้ำทั้งหมด บ้างก็ลอยแค่ส่วนหนึ่งและเก็บไว้บูชาส่วนหนึ่ง ส่วนที่เก็บไว้บูชานี้ ก็คือกระดูกหรือที่เรียกว่า อัฐิ โดยจะเก็บไว้ในโกฐ และส่วนที่นำไปลอยน้ำ ก็คือขี้เถ้า หรือที่เรียกว่า อังคาร นั่นเอง
เกี่ยวกับที่มาของพิธีลอยอังคารนี้ สันนิษฐานว่าน่าจะได้รับอิทธิพลมาจากชาวอินเดียผู้นับถือศาสนาฮินดู ซึ่งมีความเชื่อในความศักดิ์สิทธิ์ของแม่น้ำคงคา จึงพากันนำกระดูกและเถ้าถ่านที่เหลือ จากการเผาศพทิ้งลงสู่แม่น้ำ เพราะเชื่อว่าการสัมผัสแม่น้ำคงคา จะช่วยชำระบาปและทำให้ได้ขึ้นสวรรค์
หากคิดในแง่พระพุทธศาสนา การลอยอังคาร เป็นเสมือนสัญลักษณ์ของการละวางทั้งปวง ทั้งร่างกายและสังขาร อันเกิดจากการรวมกันของธาตุต่าง ๆ เมื่อแตกดับก็หลงเหลือเพียงผงธุลีที่ฝากไว้ในอากาศ ในดิน และในน้ำ เป็นการกลับคืนสู่บ้านอันนิรันดร์และแท้จริงของสรรพสิ่งทั้งมวล
อุปกรณ์ที่ใช้ในพิธีลอยอังคาร แบ่งเป็น ๓ ชุด ดังนี้๑. เครื่องไหว้แม่ย่านาง ได้แก่
  • ดอกไม้สด ๑ กำ หรือพวงมาลัย ๑ พวง
  • ธูป ๗ ดอก เทียนหนัก ๑ บาท ๑ เล่ม
  • พานเล็ก ๑ ใบ (สำหรับใส่ดอกไม้ธูปเทียน)
  • เชือก ๑ เส้น (สำหรับมัดธูปและดอกไม้ ไว้ที่เสาหัวเรือ)
๒. เครื่องบูชาเจ้าแม่นทีและท้าวสีทันดร ได้แก่
  • กระทงดอกไม้ ๗ สี ๑ กระทง
  • ธูป ๗ ดอก เทียนหนัก ๑ บาท ๑ เล่ม
  • พานโตก ขนาดกลาง ๑ ใบ (สำหรับใช้วางกระทงดอกไม้ ๗ สี)
๓. เครื่องไหว้อังคารบนเรือ
  • ลุ้งใส่อังคาร และผ้าขาวสำหรับห่อลุ้ง
  • พวงมาลัย ๑ พวง
  • ดอกมะลิ กลีบกุหลาบ หรือดอกไม้อื่น ๆ (สำหรับผู้ร่วมพิธีโรยบนอังคาร)
  • น้ำอบไทย ๑ ขวด
  • ดอกกุหลาบ เท่าจำนวนผู้ร่วมพิธี
  • ธูปเทียนเครื่องทองน้อย ๑ ชุด (หรือธูป ๑ ดอก เทียนหนัก ๑ บาท ๑ เล่ม พร้อมกระถางธูปเชิงเทียน ๑ ชุด)
  • สายสิญจน์ ๑ ม้วน
  • พานโตกขนาดกลาง ๑ ใบ (สำหรับรองลุ้งอังคาร)
  • พานก้นลึกขนาดเล็ก ๑ ใบ (สำหรับใส่ดอกไม้ต่าง ๆ)
  • พานก้นตื้น ๑ ใบ (สำหรับใส่เงินเหรียญ)
สถานที่ที่นิยมไปทำพิธีลอยอังคาร
  1. ปากอ่าว / ปากน้ำ จังหวัดสมุทรปราการ
มีทั้งเรือของราชการและเอกชนให้บริการทำพิธีแบบพร้อมสรรพ โดยเจ้าภาพจะนำเฉพาะอัฐิและอังคาร พร้อมด้วยเหรียญจำนวน ๗ เหรียญ เพื่อซื้อที่ให้กับผู้วาายชนม์ตามประเพณีโบราณ อัตราค่าบริการ มีตั้งแต่ ๓,๕๐๐ บาท, ๔,๕๐๐ บาท และ ๕,๐๐๐ บาท
ในกรณีจะไปลอยเองหรือทำพิธีเอง มีบริการให้เช่าเรือที่บริเวณศาลากลางจังหวัดสมุทรปราการ หรือท่าเรือวิบูลย์ของท่าเรือข้ามฟากไปวัดพระสมุทรเจดีย์ในราคา ๑,๘๐๐ – ๒,๐๐๐ บาท โดยไม่ต้องจองเรือ
หมายเหตุ  จุดที่นิยมลอยอังคาร คือ ทุ่นที่ ๓๑ เยื้องวัดอโศการามและป้อมพระจุลจอมเกล้า
ติดต่อสอบถามได้ที่ น.อ. วิโรจน์ พิศเพ็ง อนุศาสนาจารย์ โทรศัพท์ ๐๘๙-๗๖๖๘๔๐๐
  1. หน้าวัดหลวงพ่อโสธร จังหวัดฉะเชิงเทรา
ร้านเช่าเรือวินัยบริการ 
ตั้งอยู่บริเวณหน้าร้านอาหารชวนมา หน้าพระอุโบสถหลวงพ่อโสธรหลังใหม่ โดยสามารถเข้าทางตลาดสดวัดโสธร และสามารถนำรถมาจอดภายในตลาดได้
มีเรือให้เลือก ๒ แบบ ดังนี้
  1. เรือยนต์ขนาดกลาง  ๖-๘ ที่นั่ง  ราคา ๔๙๙ บาท
  2. เรือเมล์ขนาดใหญ่  ๑๐-๒๕ ที่นั่ง ราคา ๙๙๙ บาท
มีเสื้อชูชีพไว้บริการเพื่อความปลอดภัย
ติดต่อสอบถามได้ที่ คุณวินัย วงษ์นิ่ม โทรศัพท์ ๐๘๗-๖๐๖๘๗๐๙, ๐๘๖-๘๒๘๓๐๓๕ ได้ตลอด ๒๔ ชั่วโมง และสามารถโทรจองล่วงหน้าได้
  1. ท่าเรือสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
ให้บริการโดยฐานทัพเรือสัตหีบ มีเรือ ๒ ลำ คือ
  1. เรือ ฐท.สส.๑๖ ค่าเรือ ๒,๕๐๐ บาท รองรับผู้โดยสารได้ประมาณ ๒๕ คน
  2. เรือ ฐท.สส.๑๔ ค่าเรือ ๓,๕๐๐ บาท รองรับผู้โดยสารได้ประมาณ ๔๐ คน
ค่าดอกไม้สำหรับประกอบพิธีชุดเล็ก ๕๐๐ บาท ชุดใหญ่ ๘๐๐ บาท
ให้บริการทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ ทำพิธีโดยอนุศาสนาจารย์ของฐานทัพเรือสัตหีบ
ติดต่อสอบถามได้ที่ น.ท.สมปอง วัฒนกูล โทรศัพท์ ๐๘๖-๑๐๐๗๑๔๒, ๐๘๔-๐๙๖๑๘๘๑

บริจาคโลงศพได้อะไร

บริจาคโลงศพได้อะไร

ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ผู้ยากไร้…ในวาระสุดท้ายของชีวิต
อานิสงส์ที่แท้จริงและยิ่งใหญ่...ของการบริจาคโลงศพ
                มีความเชื่อมากมายเกี่ยวกับอานิสงส์ของการบริจาคโลงศพ โดยส่วนใหญ่เชื่อว่า เป็นการทำบุญที่ได้บุญมาก ช่วยสะเดาะเคราะห์ ต่อชะตา สืบอายุ  ช่วยให้พ้นจากภัยพิบัติต่าง ๆ ได้ จึงเป็นที่มาของความนิยมในการบริจาคโลงศพที่มีมากขึ้นในรูปแบบที่หลากหลายแตกต่างกันไป บางที่ก็เพียงแต่ซื้อโลงศพเพื่อบริจาค แล้วอธิษฐานแผ่เมตตาจิตถึงผู้เสียชีวิต บางที่จะมีการทำพิธีเพื่อเพิ่มความศักดิ์สิทธิ์ เช่น การลงไปนอนบนฝาโลง นอนในโลง มีการทอดผ้าบังสุกุลและนิมนต์พระมาสวด เชื่อกันว่าจะทำให้แคล้วคลาดปลอดภัย ปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายให้หายไปได้
แท้จริงแล้วนั้น การให้ทานทั้งหลายถือเป็นการทำบุญอย่างหนึ่งในบุญกริยาวัตถุ 10 ปราการ ซึ่งเป็นหลักธรรมคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า บุญ มีความหมายหมายถึง สิ่งที่เป็นเหตุให้เกิดความสุข ความเจริญ ทั้งในชาตินี้และชาติหน้า เป็นชื่อของธรรมะ ที่เป็นเหตุให้ กาย วาจา ใจ อยู่ในความดีงาม การทำบุญด้วยการบริจาคโลงศพ จึงเป็นบุญที่เกิดจากการให้ทานแก่ผู้เสียชีวิตที่ยากไร้หรือศพไร้ญาติผู้น่าเวทนา เป็นการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ในวาระสุดท้ายแห่งชีวิต และนี่ควรจะเป็นเจตนาที่แท้จริงของการบริจาคโลงศพ จึงจะทำให้ได้บุญมากอย่างที่เข้าใจกันได้
มีผู้รู้ได้วิจารณ์เกี่ยวกับอานิสงส์ของการบริจาคโลงศพด้วยความเชื่อในแบบต่าง ๆ ไว้ดังนี้
  1. บริจาคโลงศพเพื่อช่วยเหลือผู้ตายที่ขัดสนยากไร้ หรือศพไร้ญาติ อย่างนี้เป็นบุญที่ทำด้วยความสงสาร และปรารถนาจะช่วยเหลือสงเคราะห์เพื่อนมนุษย์ด้วยกัน มีธรรมะ คือ ความเมตตากรุณาเป็นปัจจัยให้บริจาคทาน ถือเป็นการทำบุญด้วยใจที่บริสุทธิ์
  2. บริจาคโลงศพ โดยการนอนบนฝาโลง ทอดผ้าบังสุกุล และนิมนต์พระมาสวดชักผ้าบังสุกุล ด้วยความเชื่อและคิดหวังให้เป็นการสะเดาะเคราะห์ ปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายให้ออกจากร่างกาย และต่อชะตาสืบอายุให้มีโชคมีชัย เจริญก้าวหน้าในชีวิต ความเห็นความเข้าใจในพิธีกรรมเพียงเท่านี้ ยังไม่เพียงพอที่จะให้เกิดความสำเร็จความสมหวังได้ เพราะการทำบุญให้ทานด้วยความกลัว ความโลภนั้น มีอานิสงส์น้อย มีอานุภาพน้อย เปรียบเสมือนน้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ
  3. บริจาคโลงศพ โดยการนอนบนฝาโลง ทอดผ้าบังสุกุล และนิมนต์พระมาสวดชักผ้าบังสุกุล ด้วยความเชื่อและคิดหวังให้จะเป็นการสะเดาะเคราะห์ ปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายให้ออกจากร่างกาย และต่อชะตาสืบอายุให้มีโชคมีชัย เจริญก้าวหน้าในชีวิต แล้วได้ฟังพระท่านให้ธรรมะเพิ่มเติม แล้วเกิดสติปัญญา นำไปเป็นเป็นข้อคิด เป็นคติเตือนใจว่า ชีวิตคนเราทั้งหลายก็เท่านี้ เกิดมามีความตายเป็นที่สุด และก็ต้องมานอนอยู่ในโลงแบบนี้ เอาอะไรติดตัวไปไม่ได้เลยแม้แต่ร่างกายของตนที่มีแต่จะผุพังเน่าเปื่อย ความทุกข์ยากลำบากที่เกิดขึ้นและอยากจะปัดเป่าให้หายไป ก็เกิดขึ้นเพราะบาปกรรมชั่วทั้งหลายที่เราทำไปเพราะความประมาทและขาดซึ่งสติปัญญานั่นเอง ดังนั้น ต่อไปจะต้องไม่ประมาท อย่างนี้ เรียกว่า ทำบุญเสริมดวงให้แข็ง คือ ได้สติปัญญา และสติปัญญานี้เองที่ถือเป็นยอดบุญในหมวดธรรมะที่เป็นเหตุปัจจัยให้เกิดความสุขความเจริญทั้งในชาตินี้และชาติหน้า
จึงกล่าวได้ว่า การทำบุญนั้น ไม่ว่าจะเป็นด้วยวิธีการใดก็ตาม อานิสงส์หรือผลบุญที่ได้รับจะมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับเจตนาของผู้ทำบุญเป็นหลัก การทำบุญ เพราะความกลัว ความโลภ และหวังให้เกิดประโยชน์แก่เฉพาะตัวเอง จะได้บุญน้อยกว่าการทำบุญด้วยจิตที่สะอาดบริสุทธิ์ ด้วยหวังเพียงให้ผู้อื่นเป็นสุข เช่นเดียวกับการบริจาคโลงศพนี้ หากเราลองคิดว่า ศพผู้ยากไร้หรือศพไร้ญาติเหล่านั้น คือ คนใกล้ชิดของเรา หรือกระทั่งเป็นตัวเราเอง การตายอย่างไร้ญาติ อย่างคนอนาถา ถือเป็นเรื่องน่าเวทนานัก หากมีผู้ใดมีจิตกรุณา ช่วยสงเคราะห์ผ้าห่อศพไม่ให้เป็นที่อุจาดตา อุทิศโลงศพให้เราได้อาศัย ไม่ให้ต้องนอนอยู่กลางแดดฝนเป็นอาหารของหนอนหรือแร้งกา ก็ถือเป็นพระคุณแก่วิญญาณของเรายิ่งนัก และเราก็ย่อมจะตอบแทนด้วยการอวยพรให้ผู้มีพระคุณผู้นั้นมีแต่ความสุขความเจริญ เมื่อคิดได้เช่นนี้เราก็จะมีจิตที่ยินดี เกิดเป็นความรู้สึกสุขใจ สบายใจ และความสุขใจนี่เอง คืออานิสงส์ผลบุญที่เราจะได้ตอบแทนมาโดยไม่ต้องคาดหวัง และถือเป็นบุญอย่างแท้จริง